Lawrence อธิบายถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือบริษัทว่า เป็น "ประสบการณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใครจริงๆ" เขาเล่าว่าก่อนการควบรวมกิจการ BoZhong เป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ที่มีความคล่องตัวสูง แต่มีทรัพยากรจำกัด แต่หลังจากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือบริษัท พวกเขาก็สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่มากขึ้นและมีแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาที่กว้างขวางขึ้น การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทระดับโลกยังช่วยให้พนักงานของ BoZhong ได้เรียนรู้กระบวนการตัดสินใจที่เป็นระบบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น
"มันเป็นเหมือนประสบการณ์การเรียนรู้แบบเจาะลึกที่ทำให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยว่า บริษัทชั้นนำนั้นเขามีวิธีการบริหารจัดการกันอย่างไร" Lawrence กล่าว
"แม้ว่าระหว่างทางเราจะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและการต้องปรับตัวเข้ากับรูปแบบการทำงานใหม่ๆ แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากๆ"
ความเข้ากันได้อย่างลงตัว
การหลอมรวมวัฒนธรรมของสองบริษัทเข้าด้วยกันหลังการควบรวมกิจการอาจเป็นเรื่องท้าทาย อย่างไรก็ตาม Lawrence มองว่าการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นที่ดีและมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จตั้งแต่แรก
"ก่อนหน้าที่จะมีการเข้าซื้อกิจการ เครือบริษัทได้เข้ามาประเมินเราในเบื้องต้น และเราก็พบว่าทั้งสองบริษัทมีความเข้ากันได้ดีมากในหลายๆ ด้าน" Lawrence กล่าว
"ความเข้ากันได้ในจุดนี้ช่วยให้การทำงานของเรามีความสอดคล้องกันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลลูกค้าหรือการจัดการคำสั่งซื้อ สิ่งนี้ทำให้กระบวนการควบรวมเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ และทำให้พวกเราสัมผัสได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแรงกล้า ราวกับว่าทุกคนออกสตาร์ทที่เส้นเดียวกันและมุ่งหน้าสู่เป้าหมายเดียวกันมาตั้งแต่ต้น"
การสนับสนุนในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน
เมื่อถูกถามในปี 2025 ว่าช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเป็นอย่างไรบ้าง Lawrence ตอบในเชิงบวก โดยเน้นย้ำถึงความใส่ใจและการสนับสนุนที่ทางเครือบริษัทมอบให้กับพนักงานใหม่จาก BoZhong
"เพื่อนร่วมงานจากบริษัทแม่ใจเย็นกับพวกเรามาก พวกเขาคอยให้กำลังใจในเชิงบวกและเข้าใจในความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของเรา พวกเขากระตือรือร้นที่จะช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรใหม่ การสนับสนุนเหล่านี้นอกจากจะทำให้พวกเรารู้สึกอบอุ่นแล้ว ยังช่วยให้เราผสานตัวเข้ากับองค์กรได้เร็วขึ้นด้วย" เขากล่าว
ในฐานะผู้จัดการ Lawrence เองก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทีมงานของเขาเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การจัดประชุมเพื่อพูดคุยคลายข้อสงสัยต่างๆ ของพนักงาน รวมถึงช่วยให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่และพร้อมสำหรับการรับบทบาทใหม่ๆ
การค้นหาวิธีที่ดีกว่าเดิม
เมื่อถามถึงสิ่งที่เขาชื่นชอบมากที่สุดในการทำงานกับเครือบริษัท Lawrence หยิบยกเรื่องกระบวนการตัดสินใจและการทำงานเป็นทีมขึ้นมา การแสวงหาการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้นฝังรากลึกอยู่ในองค์กรแห่งนี้ ซึ่งสะท้อนผ่านคติพจน์ประจำใจที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง และเป็นสิ่งที่ Lawrence ได้สัมผัสมากับตัวอย่างชัดเจน
"ความเชื่อที่ว่า 'มีวิธีที่ดีกว่าเสมอ' ของพวกเรานี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นความคลั่งไคล้เลยล่ะ" Lawrence กล่าวพร้อมหัวเราะ
"เวลาที่เจอความท้าทาย พวกเราและเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสายงานมักจะมานั่งจับเข่าคุยและถกเถียงกันอย่างเข้มข้น เพื่อเฟ้นหาทางออกที่ดีที่สุดและมองหาโอกาสในการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น กระบวนการนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่สุดท้ายแล้ว เราก็มักจะบรรลุผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิมเสมอ เพราะเราเชื่อมั่นในคำว่า 'วิธีที่ดีกว่า'"
- ตําแหน่งปัจจุบัน: ผู้จัดการฝ่ายผลิต
- วิธีการค้นหาทางออกที่ดีกว่าเดิม: นั่งล้อมวงคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ถกเถียงเพื่อมองหาโอกาสและวิธีแก้ปัญหา ซึ่งแม้บางครั้งจะเป็นกระบวนการที่ยากลำบาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าเสมอ
- สิ่งที่ได้เรียนรู้นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ: ความรู้ใหม่ๆ ด้านการบริหารการผลิตและการจัดการความปลอดภัย การสร้างทีม และแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ยังทำให้เห็นถึงความสำคัญของการโฟกัสที่เป้าหมายร่วมกัน
ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ
Lawrence
คําแนะนําจาก Lawrence
การเรียนรู้คือหัวใจสำคัญในการค้นหาวิธีการทำงานที่ดีกว่าเดิม และ Lawrence เล่าว่าเขาได้เรียนรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับการควบรวมองค์กรและการทำงานเป็นทีมจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
"จากการได้ร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนร่วมงานในเครือบริษัท ผมได้รับความรู้เพิ่มเติมมากมาย ทั้งเรื่องการจัดการการผลิต ความปลอดภัย และการสร้างทีม ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังได้เรียนรู้วิธีการทำงานในแบบของเราด้วย บางครั้งแค่เราเปลี่ยนวิธีสื่อสาร กระบวนการทำงานบางอย่างก็จะราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าแต่ละคนจะโฟกัสที่จุดต่างกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายของเราคือสิ่งเดียวกัน มันจึงไม่คุ้มเลยที่จะต้องมาเสียเวลาไปกับความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ความกังวล หรือการนึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง" เขากล่าว
เมื่อถูกถามว่าเขามีคำแนะนำอย่างไรสำหรับคนที่กำลังทำงานอยู่ในบริษัทที่เพิ่งถูกควบรวมกิจการ เขาแนะนำให้ปรับตัวในเชิงรุกควบคู่ไปกับการเปิดใจให้กว้าง
"ผมขอแนะนำให้ทุกคนเปิดใจให้กว้างและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเต็มที่ อย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด เพราะวัฒนธรรมของเรานั้นเปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่าง และพร้อมที่จะช่วยคุณหาทางแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ปรับตัวให้เข้ากับบทบาทใหม่ และหลอมรวมตัวเองเข้ากับทีมให้ไวที่สุด" เขากล่าว